ข้อมูลทั่วไปของวัด
เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 เผยแพร่เรื่องหรือบทความ
 เรื่องทั้งหมด
 เรื่องทั้งหมดสำหรับการพิมพ์
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 ติดต่อสอบถาม
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานข่าว
 
 ดาวน์โหลดโปรแกรม
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 สถิติการเข้าชม
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือและเอกสาร :
 สาระที่น่าสนใจ
 รวมบทวิจารณ์
 วรสารประจำเว็บ
 บริการอื่นๆ :
 activeshow_mod
 BannerX
 สมุดเยี่ยม
 Photo_Gallery
 แลกลิงกับเรา
 ThEzy_News

 เมนูทั่วไป :
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
10:19:13
วัน : 05-09-2010
GMT : +0700

 ค้นหา :
 ค้นหาภายในเว็บ :


 ค้นหาภายนอกเว็บ :




มีผู้เข้าเยี่ยมชม

คน ตั้งแต่ 27 มีนาคม 2007

 แลกลิงก์ : พระสีวลีใหญ่ที่สุด ณ วัดดอนชะเอม จ.กาญจนบุรี

ธรรมะน่าสนใจ
เว็บข่าวสารน่าสนใจ
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
มติชน
ข่าวสด
คมชัดลึก
ประชาชาติธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ
เส้นทางเศรษฐกิจ
Bangkok Post
แนวหน้า
สยามรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ
กระแสหุ้น
เสรีรายวัน
บ้านเมือง
เทเลคอม เจอร์นัล
Mission Thailand
BusinessThai
เนชั่นสุดสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน
มติชนสุดสัปดาห์
ผู้ดูแลระบบ
สำหรับผู้ดูแลเว็บเท่านั้น!!!
ผู้ดูแลเว็บ:
รหัสผ่าน:
กำเนิดจักรวาลและมนุาย์(คัมภีร์อัคคัญญสูตร)
คัมภีร์อัคคัญญสูตร



หน้า: 1/7

กำเนิดจักรวาล  และมนุษย์
คัมภีร์อัคคัญญสูตร

    ในพระไตรปิฏก คัมภีร์จูฬวรรค ทุติยปัณณาสก์ หมวด 50 ที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอานนท์ว่ามีโลกธาตุขนาดเล็กจำนวนพัน, ขนาดกลางจำนวน 2 พัน, ขนาดใหญ่จนวน 3 พัน มีดวงอาทิตย์ดวงจันทร์จำนวนพัน ๆ
    ครั้งแล้วสมัยหนึ่งตรัสเรื่องโลกที่ถูกทำลาย

        เมื่อมนุษย์มากด้วยความโลภ     โลกมักจะถูกทำลายด้วย     ไฟบรรลัยกัลล์
        เมื่อมนุษย์มากด้วยความโกรธ    โลกจะถูกทำลายด้วย    น้ำกรด
        เมื่อมนุษย์มากด้วยความหลง    โลกจะถูกทำลายด้วย    ลมกรด



ครั้งที่ผ่านมาโลกถูกทำลายด้วยไฟบรรลัยกัลล์ (เหมือนกับที่นักวิทยาศาสตร์สมัยปัจจุบันกล่าวว่าจักรวาลมีการคลื่อนตัวของเทหะวัตถุในห้วงจักรวาลเข้าหาจุดศูนย์กลางแล้วเกิดการระเบิดใหญ่ BIG BANK ประมาณ 4 พันล้านปีที่ผ่านมา แล้วโลกก็เกิดขึ้นมาพร้อมกันนั่นเอง)
    สัตว์ทั้งหลายในโลกตายหมด  ไปเกิดใหม่ตามอำนาจกรรม ส่วนมนุษย์ที่ทำกรรมดีไว้เช่นเจริญสมาธิจึงไปเกิดเป็นกรหมในชั้นของอาภัสสรพรหม เมื่อโลกเกิดใหม่มีน้ำห่อหุ้มห่อโลกอยู่ เวลาผ่านไปนานน้ำแห้งลง เกิดฝ้าดินที่มีรสอร่อยดุจน้ำนมแห่งโลก เรียกว่าง้วนดินมีกลิ่นหอม ฟุ้งกระจายไปถึงขั้นอาภัสสรพรหมได้กลิ่นจึงใคร่จะเสพกิน พรหมผู้ใดที่หมดอำนาจกรรมก็จะจุติ (ตาย) จากความเป็นพรหมมาเกิดเป็นมนุษย์ยุคแรกด้วยโอปปาติกะกำเนิดในโลก มีกายละเอียด มีแสงสว่างในตัว มีความใคร่ที่จะเสพกินง้วนดิน อันสมบูรณ์ด้วย สี กล่น รส สัตว์ทั้งหลายเอานิ้วจิ้มง้วนดินลิ้มรสดูก็ชอบใน เลยหมดแสงสว่างในตัว เมื่อแสงสว่างหายไป ก็มีพระจันทร์ พระอาทิตย์ มีดาวน์นักกษัตร มีคืนวัน มีเดือน มีฤดู และปี เมื่อกินง้วนดินเป็นอาหาร กายก็หยาบกระด้าง ความทรามของผิวพรรณก็ปรากฏ พวกมีผิวพรรณดีก็ดูหมิ่นพวกที่ผิวพรรณทราม และดูหมิ่นเรื่องผิวพรรณ เพราะความถือตัว และดูหมิ่นผู้อื่น ง้วนดินก็หายปต่างก็พากันบ่นเสียดายแล้วก็เกิดสะเก็ดดินที่สมบูรณ์ด้วย สี กลิ่น และรสขึ้นแทนใช้เป็นอาหารได้ แต่เมื่อกินเข้าไปแล้วร่างกายก็หยาบกระด้างยิ่งขึ้น ความทรามของผิวพรรณก็ปรากฏชัดขึ้น เกิดการดูหมิ่น ถือตัว เพราะเหตุผิวพรรณนั้นมากขึ้น สะเก็ดดินหายไป เกิดเถาไม้สมบูรณ์ด้วย สี กลิ่น และรส ขึ้นแทนใช้กินเป็นอาหารได้ ความหยาบกระด้างของกาย และความทรามของผิวพรรณก็ปรากฏมากขึ้น เกิดการดูหมิ่นถือตัวเพราะเหตุผิวพรรณนั้นมากขึ้น เถาไม้ก็หายไป จึงมีข้าวสาลี ไม่มีเปลือก มีกลิ่นหอม มีเมล้ดเป็นข้าวสารเกิดขึ้นแทน ใช้เป็นอาหารได้ ข้าวนี้เก็บเย็นเข้าก็แก่แทนที่ขึ้นมาอีก เก็บเข้าเย็นก็แก่แทนที่ขึ้นมาอีกไม่ปรากฏพร่องไปเลย ความหยาบกระด้างของกาย ความทรามของผิวพรรณก็ปรากฏมากขึ้น




หน้าถัดไป (2/7) หน้าถัดไป


โฮมเพจ เข้าระบบ เผยแพร่ข่าวสาร ดาวน์โหลด ติดต่อเรา สารบัญเว็บ กระดานข่าว ค้นหา ลงโฆษณา ถาม/ตอบ

 



themes by websurin